คณะจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเดินทางมาศึกษาดูงาน ณ สิงคโปร์

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2554 นายนพปฎล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ สิงคโปร์ ได้ต้อนรับ นายโอกาส เตพละกุล ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและคณะทำงานวิชาการจำนวน 42 คน ซึ่งเดินทางมาดูงานเรื่อง การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้านการศึกษาและการเป็นเมืองศูนย์กลางด้านสุขภาพของประเทศสิงคโปร์ และด้านอิเล็กทรอนิกส์ของมาเลเซีย ในโอกาสนี้ นายนพปฎลฯ พร้อมด้วย น.ส. บุณิกา แจ่มใส อัครราชทูตที่ปรึกษา สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นางกาญจนา วงศ์สุวรรณ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา สำนักงานแรงงานไทย และ พ.ญ. วรรณภา เพชรเครือ ผู้บริหาร KK Women's and Children's Hospital ได้บรรยายสรุป และตอบข้อซักถามของคณะทำงานฯ เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศสิงคโปร์ ในด้านการเป็นเมืองสุขภาพ การพัฒนาระบบสปา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของสิงคโปร์

ในการบรรยายสรุป เอกอัครราชทูตฯ ได้ชี้ให้เห็นว่า สิงคโปร์ประสบความสำเร็จได้ดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแม้จะมีขนาดเล็กและไม่มีทรัพยากรธรรมชาติใดๆ เพราะผู้นำสิงคโปร์มองการณ์ไกล และทุ่มเทพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างเต็มที่ และ พ.ญ. วรรณภาฯ ได้กล่าวเสริมว่า สิงคโปร์ได้กำหนดวิสัยทัศน์ว่า จะเป็นเมืองศูนย์กลางทางการแพทย์ชีวภาพ (Bio Medical Hub) โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนายารักษาโรคชนิดใหม่

ทางด้านระบบสปา สิงคโปร์มีผู้ประกอบกิจการบริการสปา กว่า 500 แห่ง และมีการออกใบรับรองมาตรฐานผู้ประกอบ
อาชีพนวดสปา

ทางด้านแรงงาน สิงคโปร์เปิดกว้างต้อนรับแรงงานระดับสูงจากทั่วโลกให้สามารถเข้ามาทำงานได้โดยเน้นแรงงานที่มีคุณภาพ ส่วนการจ้างแรงงานระดับล่างและแรงงานไร้ฝีมือต่างชาติจะมีการกำหนดรายละเอียดว่าบุคคลสัญชาติใดสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง ในเรื่องของค่าจ้างแรงงาน สิงคโปร์ไม่มีการกำหนดรายได้ขั้นต่ำของแรงงาน แต่จะใช้ระบบสัญญาซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ส่วนด้านสหภาพแรงงาน สิงคโปร์จะมีคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบด้วย รัฐบาล ผู้ประกอบการเอกชน และสหภาพแรงงาน ทำหน้าที่ตกลงผลประโยชน์และระบบสวัสดิการแรงงานร่วมกัน