คำแนะนำการขอรับรองเอกสาร

                                         คำแนะนำการขอรับรองเอกสาร

การรับรองเอกสารแบ่งเป็น 3 ประเภทได้แก่

              1. การรับรองคำแปลเอกสารภาษาไทยเป็นอังกฤษ

              2. การรับรองคำแปลเอกสารภาษาอังกฤษเป็นไทย

              3. การรับรองลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามในเอกสาร

                     3.1 รับรองลายมือชื่อของบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น

       
รายละเอียดของการรับรองเอกสารแต่ละประเภทมีดังนี้

1. การรับรองคำแปลเอกสารภาษาไทยเป็นอังกฤษ สถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถรับรองคำแปล
     
     เอกสารภาษาไทยเป็น ภาษาอังกฤษสำหรับเอกสารราชการไทย ได้แก่

     - เอกสารทะเบียนราษฎรและเอกสารเกี่ยวกับบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร มรณบัตร ใบ
        เปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ฯลฯ

    - เอกสารการทะเบียนครอบครัว เช่น ใบสำคัญการสมรส ทะเบียนสมรส ใบสำคัญแสดงการหย่า ทะเบียนหย่า ทะเบียน
       รับบุตรบุญธรรมหนังสือรับรองที่อำเภอออกให้ ฯลฯ

    - เอกสารการศึกษา เช่น ใบสุทธิ ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร หนังสือ รับรองจากสถาบันการศึกษา ฯลฯ

    - เอกสารอื่น ๆ เช่น ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ฯลฯ

ข้อแนะนำ

    - ในการรับรองคำแปล ผู้ร้องจะต้องจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นที่มีความรู้เป็นผู้แปลก็ได้ โดยต้องพิมพ์มาให้เรียบร้อย และผู้แปลต้องลงชื่อรับรองคำแปลถูกต้อง ทั้งนี้ เอกสารทะเบียนราษฎรและ
ทะเบียนครอบครัวเป็นแบบฟอร์มมาตรฐานของทางราชการ ผู้ร้องสามารถดาว์นโหลดแบบฟอร์มได้จาก  

    คลิ๊กที่นี้    ตัวอย่างการแปลเอกสารราชการต่าง ๆ

     - เอกสารราชการที่นำมารับรองคำแปลจะต้องเป็นเอกสารต้นฉบับเท่านั้น หากต้นฉบับเป็นสำเนา ต้องเป็นสำเนาที่ได้
        รับการรับรองความถูกต้องจากหน่วยราชการไทย เช่น สำนักงานเขต/อำเภอ แล้ว เท่านั้น  

การยื่นคำร้อง (เวลายื่นคำร้อง 9.15 น. – 11.30 น.)

     - ยื่นคำร้องด้วยตนเอง หากยื่นแทนเจ้าของเอกสารต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของ
        ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

     - กรอกคำร้องนิติกรณ์ ยื่นพร้อมสำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตร ประจำตัวประชาชน

            คลิ๊กที่นี้สำหรับแบบฟอร์ม  คำร้องนิติกรณ์  

     - เอกสารต้นฉบับภาษาไทย พร้อมสำเนา 2 ชุด

     - เอกสารต้นฉบับคำแปลภาษาอังกฤษ พร้อมสำเนา 1 ชุด

    - ค่าธรรมเนียม ฉบับละ 30 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ใช้เวลา 2 - 3 วันทำการ)
      (เวลา 14.00 น. – 15.00 น.) ไม่มีบริการด่วน

2. การรับรองคำแปลเอกสารภาษาอังกฤษเป็นไทย สถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถรับรองคำแปล เอกสารภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยสำหรับเอกสารที่แปลจากต้นฉบับที่ทางการสิงคโปร์ออกให้เท่านั้น ได้แก่

     - เอกสารการทะเบียนราษฎรและเอกสารเกี่ยวกับบุคคล เช่น สูติบัตร มรณบัตร บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง  ฯลฯ

     - เอกสารการทะเบียนครอบครัว เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบคำสั่งศาลเรื่องหย่า รับบุตรบุญธรรม ฯลฯ

     - เอกสารการทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวกับนิติบุคคล เช่น ทะเบียนนิติบุคคล ใบทะเบียนการค้า ใบสำคัญ
        แสดงการจดทะเบียนบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ ฯลฯ

     - เอกสารการศึกษา เช่น ใบสุทธิ ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร และหนังสือรับรองสถาบันการศึกษา ฯลฯ

การยื่นคำร้อง (เวลายื่นคำร้อง 9.15 น. – 11.30 น.)

     - ยื่นคำร้องด้วยตนเอง หากยื่นแทนเจ้าของเอกสารต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตร ประจำตัว ประชาชนของ
        ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

     - กรอกคำร้องนิติกรณ์  ยื่นพร้อมสำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตร ประจำตัวประชาชน

     - เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ พร้อมสำเนาที่ผ่านการรับรองจากทนายความสิงคโปร์ (รับรอง NOTARY PUBLIC)
        พร้อมสำเนา 1 ชุด

     - เอกสารต้นฉบับคำแปลภาษาไทย พร้อมสำเนา 1 ชุด

     - ค่าธรรมเนียม ฉบับละ 60 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ใช้เวลา 3 - 5 วันทำการ)
        (รับเอกสาร เวลา 14.00 น. – 15.00 น.) ไม่มีบริการด่วน

3. การรับรองลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารสถานเอกอัครราชทูตฯ ให้บริการรับรองลายมือชื่อ ในเอกสารราชการและเอกสารทั่วไป เช่น

     - หนังสือให้ความยินยอมให้บุตรทำหนังสือเดินทาง หนังสือให้ความยินยอมให้คู่สมรสทำธุรกรรม ทางการเงิน หนังสือ
        มอบอำนาจต่างๆ เป็นต้น

        3.1รับรองลายมือชื่อของบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น

การยื่นคำร้อง (เวลายื่นคำร้อง 9.15 น. – 11.30 น.)

     - ยื่นคำร้องด้วยตนเอง

     - กรอกคำร้องนิติกรณ์ 

     - เอกสารหนังสือให้ความยินยอม หรือหนังสือมอบอำนาจที่จะเซ็น พร้อมสำเนา 1 ชุด

     - สำเนาหนังสือเดินทางไทย พร้อมสำเนา 2 ชุด - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 2 ชุด

     - สำเนาบัตรแสดงถิ่นที่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ พร้อมสำเนา 2 ชุด - ค่าธรรมเนียม ฉบับละ 30 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ใช้เวลา 2 - 3 วันทำการ  เวลา 14.00 น. – 15.00 น.) ไม่มีบริการด่วน